Tachibana Keita. 1st Album 「声」 (Koe)

Artist: Keita Tachibana
Date: 2006.11.29
Tracklist:
01. 時代 (Jidai)
02. 道標 (Michishirube)
03. キミノコエ (KIMI NO KOE)
04. キャンドル (CANDLE)
05. 恋愛道 (Renai michi)
06. ひだまりの花 (Hidamari no hana)
07. 愛のカタチ (Ai no KATACHI) ーAcoustic Ver.ー
08. 覚醒 (Kakusei)
09. S.O.S.
10. 卒業 (Sotsugyou)



สวัสดีเพื่อนๆ เรากลับมาแล้ว หุหุ กลับมาก้ได้ของฝากจากญาติ เป็นCD+DVD ของสูดที่รัก>[]< แฮปปี๊~~ ก็เลยเอามาลงเป็นการขอบพระคุณนะค่ะ (กร๊าบ~~งามๆ~~)-/l\-
เข้าเรื่องเลยละกันนะจ๊ะ....อย่างแรกเตรียมพนมมือกันเร็ว เราเอาบุญมาฝากกันให้ทั่วหน้า ขณะเราปฏิบัติเราก็แผ่เมตตาให้เพื่อนๆทุกคนเลยขอให้เพื่อนๆความมีสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทั้งกายและใจ และที่สำคัญสอบให่ผ่านกันด้วยเถิด~(สาธุ สาธุ สาธุ)
มีกลอนอยู่ 1 กลอนที่เราชอบมา เพราะได้ยินวิทยาการพูดกอกหูบ่อยๆ คือ...
" จงเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ของตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
ตนแชเชือน ใครจะเตือน ให้ป่วยการ "
ไปอยู่ที่วัดมาก็ 7 คืน 8วัน ขอบอกว่าวันที่ 1 -3 เป็นวันที่ มีความรู้สึกทรมาน น่าเบื่อ เซ็ง สุดๆหนอ แต่หลังจากวันที่3 ก็เริ่มปรับตัวได้ เริ่มหาลู่ทาง555 อยู่กับตัวเอง หามุมในการนั้งคิดและอากาศที่นั้นมันดีมากๆๆๆๆเลยอะ ชอบ~~~
กิจกรรมที่นั้นที่เน้นๆคือ การกำหนดกริยาบทต่างๆ เช่นการนั่ง การเดิน การกิน จะต้อง บอกกับใจตัวเองเสอมว่า เห็นหนอ~ เดินหนอ~ อยากนั่งหนอ~ อยากเปลี่ยนท่าหนอ~ ยินหนอ~(ได้ยิน) ก็ประไรประมาณนี้อะ แล้วก็ มีการนั่งสมาธิ เดินจงกลม เวลาเดินจงกลมก็ช้ามากกกกก กว่าจะก้าว กว่าจะยกขาก็ต้องกำหนดไปด้วยนะ แต่ที่เราเซ็งและเบื่อที่สุดคือการ นั่งสมาธิ คือ...มันหลับทุกทีเลยที่นั่ง เหอๆรู้สึกเลวมาก นั่งที่ไรเอนไปเอนมา ฮ่าๆ แต่ก็ทำให้มีประสบการดี อยากให้เพื่อนๆไปจัง มีการฟังเทศด้วย อันนี้ยิ่งเลว ตัวเราอานะ คือ..แอบหลับอีกแล้ว เราก็พยายามจะตั้งใจแล้วละ แต่ก็เหอๆ ตามันจะปิดทุกที แต่พอไปนานๆวันหลังๆเราก็ฝืนแล้วสามารถทำให้ตัวเองสามารถตั้งใจฟังได้จนจบเลยอะ ก็คิดว่าจิตใจก็เข้มแข็งขึ้นด้วย เป็นการไปที่ฝึกเราในด้านจิตใจ ในขั้นหนึ่งเลยอะ เฮ้อ เราก็อธิบายไม่เก่ง เพราะงั้น เพื่อนๆ ต้องลองไปพิสูตจน์ดูเอง 555 แต่พอมาถึงวันนี้ มันสามารถทำให้เราคิดถึงในช่วงเวลาที่เราปฏิบัติได้อะ คิดดู อิอิ
ท้ายนิ นำความรู้ดีๆมาให้เพื่อนๆ คน มีอยู่2อย่าง ที่เรียกได้ว่าเป็นคน คือ ร่างกาย กับ หัวใจ ดังนั้น จะทำอะไร ต้องมองด้วยใจ ให้ใจพิจารณา ด้วยทวารทั้ง6ของเรา คือ ตา, หู, จมูก, ปาก(ลิ้น), ร่างกาย(ประสาทสัมพัส) และ หัวใจ ยกตัวอย่าง ดังนี้
ศพ(คนที่ตายไปแล้ว) เองก็มีตา แต่มองไม่เห็น คนก็มีตา แต่มองเห็นเพราะ...คนมีใจไง
ศพมีหู แต่ไม่ได้ยิน คนมีหูแต่ได้ยินเพราะ...คนมีหัวใจ
ศพมีจมูก แต่ไม่ได้กลิ่น คนมีจมูกเหมือนกัน แต่ได้กลิ่น เพราะคนมีหัวใจ
ศพมีลิ้น แต่รับรสไม่ได้ คนมีลิ้น แต่สามารถรับรสได้ เพราะคนมีหัวใจ
ศพโดนเตารีดทับ ไม่รู้สึกเจ็บร้อน แต่คนโดนเตารีด จะรู้สึกเจ็บร้อน เพราะคนมีหัวใจ
ใครด่าว่าศพ ศพก็ไม่รู้สึกโกรธ แต่ถ้ามีใครมาด่าว่าเรา เราจะรู้สึกโกรธ เพราะเรามี...เพื่อนๆคงตอบกันได้นะ ^w^ เพราะอย่างนี้เราควรจะให้ความสำคัญกับ เขา(ใจ)ให้มากๆหนอ
อีกเรื่องคือ เราเกิดมาก็มีแต่ร่างกาย เราไม่มีอะไรติดมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นตอนตายเราก็ไม่สามารถเอาอะไรไปได้ด้วยเช่นกัน นอกจากกรรมและบุญที่เราสร้างไว้และก็ไม่มีอะไรที่เป็นของๆเราจริงๆหรอก ทั้งร่างกานและสิ่งของ สักวันมันก็ต้องดับไป ดังนั้น ทุกคนต้องปลงและยืดติดกับปัจจุบันให้ดีที่สุด ท้ายนิก็ขออนุโมทนา แด่เพื่อนๆทุกคน ของให้ทุกท่านมีอายุวรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธรรมสาร ธนสารสมบัติ เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม จะเดินทางไปที่ใดจงปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ มีอายุยั่งยืนนานเทอญ~ -/l\-
PS: ขอโทษลี่ด้วยที่ ไม่ได้บอกกล่าว เพราะเราก็เพิ่งรู้ว่าได้ไปก็วันเสาร์แล้ว ได้แค่แจ้งข่าวในเอ็กทีนนี้แหละ มันกระทันหันมากเลย ไม่คิดว่าจะได้ไป เพราะเห็นว่าตอนที่เราสมัครเป็นถึงตัวสำรอง แต่เด๋ววันพฤนิเราจะเข้าไปเรียนแล้ว รอเราด้วยเน่อ แล้วเจอกัน แล้วก็คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะ ดีใจด้วยกะคนที่สอบเสร็จ ส่วนคนที่ยังมะเสร็จก็สู้ๆเข้าเน่อ และคนที่ต้องทำรายงาน ฮ่าๆ ^+++^